การวางระบบควบคุมและ การวางผังทางเดินสายไฟในบ้าน

การวางระบบควบคุมและการวางผังทางเดินไฟฟ้า

viagra online generic

http://methmonster.org/buy-cialis-online-without-prescription/

http://as3nui.com/generic-viagra-best/

ระบบการควบคุมไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านเรือนทั่วไปจะเป็นตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าซึ่งสายไฟทั้งหมดจะต้องเดินมารวม อยู่ที่ตู้ควบคุมนี้ โดยตู้ควบคุมนี้จะมีสวิตซ์ใหญ่และสวิตซ์แยกย่อยตามจุดหลายตัว สำหรับควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าไปตามจุดต่างๆที่กำหนด ในปัจจุบันนิยมใช้ สวิตซ์ที่เป็นเซอร์กิตเบรกเกอร์ (circuit breaker) ซึ่งให้ความสะดวกและปลอดภัย กว่าสวิตซ์แบบเก่าซึ่งเป็น คัตเอาต์ คันโยกหรือสวิตซ์ใบมีด ในด้านของการแยก สวิตซ์ควบคุมควรมีการแยกจุดให้มากพอสำหรับการควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญโดยอิสระ เซ่น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำนํ้าร้อน ปั้มนํ้า เป็นต้น เพราะ อุปกรณ์เหล่านี้เวลาติดตั้งจะต้องต่อสายไฟเช้ากับเครื่องโดยตรงไม่ใช่การ เสียบปลั๊ก ถึงแม้ว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะมีสวิตซ์สำหรับเปิดและปีดอยู่ในตัว แต่ในเวลาที่จะต้องทำการซ่อมแซมแก้ไข การมีสวิตซ์สำหรับตัดกระแสไฟฟ้าจากภายนอกไม่ให้เช้าเครื่องย่อมจะให้ความสะดวกและปลอดภัยมากกว่า
ในด้านของการวางระบบ เพื่อแยกสวิตซ์ควบคุมตามจุดต่างๆข้างต้น บางแห่งอาจจะ ระบุไว้ในแบบแปลนบ้าน แต่บางแห่งอาจจะปล่อยให้เป็น หน้าที่ของช่างไฟฟ้าเป็นผู้กำหนดเอง แต่อย่างไรก็ตาม  เจ้าของบ้านควรจะได้ทำการ ศึกษาและวางแผนเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ภายในบ้านว่าน่าจะมีอะไรบ้าง รวมทั้งตำแหน่งที่จะทำการติดตั้ง และมีส่วนร่วมในการ กำหนดจำนวนและจุดที่จะแยก สวิตซ์ควบคุมเพื่อประโยชน์ ในการใช้งานดังกล่าวก่อนที่จะ มีการติดตั้งตู้ควบคุม เพราะ การเปลี่ยนแปลงแก้ไขในขั้นนี้ ยังทำได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ ถ้าต้องการจะติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติเมื่อเกิดไฟดูดหรือ ไฟรั่วเป็นการเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยก็ควรจะระบุไว้ เสียแต่เนิ่นๆ เพื่อจะได้ทำการติดตั้งไปพร้อมๆกันกับการติดตั้งตู้ควบคุมเพื่อความสะดวก และยังทำให้ การวางตำแหน่งในการติดตั้งอุปกรณ์ตังกล่าวสามารถทำได้อย่างเหมาะสมและ เรียบร้อยกว่าการที่จะมาติดตั้งเพิ่มเติมในภายหลังอีกด้วย

เรื่องของการวางผังทางเดินสายไฟโดยเฉพาะการเดินสายไฟแบบฝัง ถ้า เป็นไปได้ควรจะมีการเขียนแบบหรือผังของทางเดินสายไฟเอาไว้เพื่อจะได้ทราบว่า สวิตซ์ไฟ ปลั๊กไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้แต่ละจุดมีการเดินแนวสายไฟ ตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าที่แยกสวิตซ์ย่อยเพื่อให้ สามารกแยกควบคุมจุดที่สำคัญได้โดยอิสระ อย่างไรและมีการเชื่อมต่อสายไฟที่จุดไหนบ้าง เมื่อเกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบสายไฟเดินไว้ในภายหลังจะได้มีทางตรวจสอบจุดที่เกิดปัญหาและทำการแก้ไขได้ง่ายขึ้น

จากที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดเป็นเพียงข้อคิดและความรู้พี้นฐานบางประการเกี่ยวกับการวางระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ซึ่งผู้ที่จะปลูกบ้านควรจะมิความรู้ ความเข้าใจไว้บ้างเพี่อจะได้นำไปเป็นข้อสังเกตหรือช่วยในการระบุหรือกำหนดใน สิงที่ต้องการ ตลอดจนช่วยในการตรวจสอบจุดต่างๆว่ามิอะไรผิดจากที่ควรจะเป็น หรือไม่    เพราะเรื่องไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษโดยเฉพาะ เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัย เพราะหากเกิดความผิดพลาดไปอาจหมายถึงอันตราย ถึงขั้นเกิดเพลิงไหม้หรือเสียชีวิตก็ได้

ข้อสังเกตเกี่ยวกับประโยชน์การใช้งานและความปลอดภัย

1.  สายไฟที่ใช้ควรมีการประทับข้อความบนตัวฉนวนของสายไฟเป็นระยะๆโดยบ่งบอกถึงยี่ห้อของสายไฟหรือบริษัทผู้ผลิต ชนิดของสายไฟ แรงตันไฟฟ้า และอุณหภูมิการใช้งานที่สายไฟนั้นสามารถทนได้ขนาดพื้นที่หน้าตัดของลวดตัวนำไฟฟ้าและควรมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ด้วย

2.  สายไฟควรอยู่ในสภาพใหม่ฉนวนไม่มีรอยแตกหรือปริหรือมีความ แข็งผิดปรกติ ไม่มีสีที่หม่นหมองผิดเพี้ยนไปมากอันเนื่องมาจากพลาสติกที่ใช้ทำฉนวนหมดอายุหรือถูกเก็บรักษาในสภาพที่ไม่เหมาะสม

3.   การเดินสายไฟแบบฝังภายในผนังฝังใต้พื้น หรือเดินเหนือเพดาน จะต้องเป็นการเดินสายไฟแบบร้อยท่อ ในกรณีที่ใช้ท่อโลหะจะต้องมีการลบคมตรงขอบด้านในของท่อตรงบริเวณรอยตัดทุกแห่งเพี่อป้องกันมิให้ขอบท่อบาดสายไฟขณะทำการดึงร้อยสาย อันอาจเป็นสาเหตุทำให้สายไฟชำรุดและเกิดไฟรั่วได้ ส่วน กรณีที่ใช้ท่อพีวีชีท่อที่ใช้จะต้องเป็นท่อสีเหลีองซึ่งผลิตสำหรับงานร้อยสายไฟโดยเฉพาะ เนื่องจากมีความแข็งแรงและทนต่ออุณหภูมิสูงและขนาดของท่อร้อยสายที่ ใช้ควรใหญ่พอสำหรับจำนวนสายไฟที่ร้อยในแต่ละท่อไม่ควรร้อยสายไฟจนคับท่อ เกินไปเพราะนอกจากจะทำให้ดึงสายไฟลำบากขณะร้อยสายแล้วยังทำให้เกิดความร้อนสะสมมากขึ้นในขณะใช้งานด้วย

4.  ปัจจุบันการไฟฟ้านครหลวงได้ออกข้อกำหนดให้ผู้ ที่ยื่นขอใช้ไฟฟ้าใหม่จะต้องเดิน สายไฟให้มีระบบสายดินรวมทั้ง กำหนดให้ใช้ปลั๊กไฟแบบ 3ช่อง เสียบซึ่งมีช่องสำหรับต่อขั้วสายดินเพิ่มขึ้นมาแทนการใช้ ปลั๊กไฟแบบ 2ช่องเสียบแบบเดิมที่ใช้กันอยู่ เพี่อเพิ่มมาตรฐาน ความปลอดภัยในการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆดังนั้นการ เลือกซื้ออุปกรณ์ ไฟฟ้าจึงควร เลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงเช่น มีปลั๊กเสียบเแบบ 3ขา เพี่อให้สามารถใช้กับระบบสายดินได้ รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างที่ต้องทำการติดตั้งและต่อสายไฟไว้อย่างถาวร เช่น เครื่องทำนํ้าร้อน เครื่องดูดควัน เครื่องปรับอากาศ ก็ควรจะเลือกรุ่นที่ออกแบบไว้ให้มีขั้วสำหรับต่อเข้ากับสายดินได้ทั้งนี้ ตำแหน่งที่จะทำการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าดังกล่าวจะต้องมีการเดินสายดินเตรียมไว้ตั้งแต่แรกเพี่อความสะดวกในการติดตั้งในภายหลัง

5.  เกี่ยวกับระบบสายดินส่วนประกอบที่สำคัญที่จะทำให้ระบบนี้ให้ความ ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ไฟฟ้าอย่างได้ผลก็คือหลักดิน(ground rod) ซี่งมีลักษณะเป็นแท่งโลหะฝังอยู่ในดินเพี่อทำหน้าที่นำกระแสไฟฟ้าให้ไหลลงสู่ดินได้โดยสะดวกเมื่อเกิดการรั่วของกระแสไฟฟ้าขึ้น ตามข้อแนะนำของการไฟฟ้าฯ หลักดินนี้ควรทำจากแท่งทองแดงที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 16มิลลิเมตร ยาวไม่ น้อยกว่า 2.4เมตร และฝังจมลงไปในดินไม่น้อยกว่า 2.4เมตร โดยที่หลักดิน ดังกล่าวจะต้องเชื่อมต่อกับขั้วต่อสายดินของตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าเพี่อให้ระบบ ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดมีการต่อลงดิน
6.  การใช้สายไฟร่วมกันระหว่างสวิตซ์ไฟกับปลั๊กไฟอาจก่อให้เกิดการกวนต่อการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้กับปลั๊กไฟนั้นๆเมื่อเปิดหรือปิดสวิตซ์ไฟดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวิตซ์เปิด/ปิดหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่ต่อสายไฟร่วมกับปลั๊กใช้สำหรับเครื่องรับโทรทัศน์หรือเครื่องเสียงเมื่อเปิดหรือปิดไฟขณะที่ใช้อุปกรณ์ ดังล่าวอยู่จะก่อให้เกิดการรบกวนอย่างมากต่อทั้งระบบภาพและระบบเสียงเพื่อ หลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวเจ้าของบ้านควรจะกำหนดจุดที่จะวางอุปกรณ์ไว้ล่วงหน้าและระบุกับผู้รับเหมาหรือช่างไฟฟ้าเอาไว้ว่าอย่าใช้สายไฟร่วมกันในจุดเหล่านี้

buy cialis

buy cialis

Incoming search terms:

  • การเดินสายไฟฟ้าในบ้าน
  • การเดินไฟฟ้าในบ้าน
  • การเดินสายไฟฟ้าภายในบ้าน
  • แบบแปลนไฟฟ้าภายในบ้าน
  • เดินสายไฟในบ้าน
  • ผังไฟฟ้าในบ้าน
  • การเดินไฟฟ้าบ้านระบบเก่า กับใหม่ต่างกันอย่างไร